บาลีวิถีโพลวพลือเริ่มแล้วอาจารย์สั่งวันแรกให้ท่องจำ นาม ไปจนถึง อัพพยศัพท์กำหนด ๑ เดือน

Spread the love

 1,573 total views,  6 views today

การศึกษาภาษาบาลีวิถีโพลวพลือเริ่มขึ้นในช่วงของโรคระบาด ทำให้นักเรียนที่สมัครเข้ามาศึกษารุ่นแรก สมัคร ๘ รูป ผ่านคัดเลือก จำนวน ๔ รูป สละสิทธิ์ ๑ รูป เหลือ ๓ รูป ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมซึ่งผ่านการสอบคัดเลือก การสัมภาษณ์ของทางวัดแล้วนั้น ทั้งสามรูปได้อยู่ในการอุปถัมภ์ด้านการศึกษาของวัดบ้านขะยูง ทางวัดพร้อมให้การสนับสนุนการศึกษา และเตรียมตัวอยู่เก็บตัวอยู่เรียนบาลี ณ สวนโพลวพลือวัดบ้านขะยูง (สวนสันติภาวนา) ต.ห้วยตามอญ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องด้วยอยู่ในช่วงโรคระบาดโควิด จึงยังไม่สามารถรวมกลุ่มกันเรียนได้ จึงอาศัยไลน์กลุ่มเพื่อการสื่อสารระหว่างอาจารย์ นักเรียน สำนักงานกลางวัดบ้านขะยูง เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนงานการศึกษาไม่ให้ขาดช่วง

 

วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ พระมหาธัมมโชติ กิตกาโม, ป.ธ. ๙ อาจารย์สอนได้เมตตาแนะแนวการเรียนเบื้องต้นแก่ลูกศิษย์ทั้งสามรูป โดยมอบหมายให้นักเรียนทั้งสามรูปท่องสูตรบาลีไวยากรณ์ตั้งแต่ นาม ไปจนถึง อัพพยศัพท์ ก่อน กำหนดเงื่อนไขให้เวลา ๑ เดือน ถือว่าเป็นการเปิดเรียนด้วยการพิสูจน์ความรับผิดชอบของนักเรียนที่ต้องใส่ใจท่องจำ แม้ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันก็ตาม เพราะฉะนั้นการสมัครเข้ามาเรียนบาลีวิถีโพลวพลือรุ่นแรกเป็นรุ่นบุกเบิก ไม่ต้องมากแต่ต้องได้คุณภาพทางการศึกษา ประสบการณ์ของอาจารย์ผู้สอนระดับเปรียญธรรม ๙ ประโยค ย่อมรู้ทิศทาง แนวทาง วิธีการ ที่จะเรียนภาษาบาลีให้ประสบความสำเร็จได้ ท่านยังได้เล่าประสบการณ์ท่องของท่านให้นักเรียนได้เกิดแรงบันดาลใจว่า ท่านใช้เวลาท่อง นาม ไปจนถึง อัพพยศัพท์ ด้วยเวลา ๔ วันเท่านั้น

วัดบ้านขะยูงไม่นิ่งนอนในจึงต้องเตรียมหนังสือส่งให้นักเรียนเพื่อท่องหลักสูตรบาลีไวยากรณ์ให้ทางไปรษณีย์ก่อนและจะแสกนหรือถ่ายภาพให้ก่อนเพื่อจะได้เป็นข้อมูลสำหรับการท่องจำ การท่องจำตามที่พระอาจารย์พระมหาธัมมโชติ กิตกาโม ได้สั่งให้ลูกศิษย์ท่องก่อนก็เป็นแนวทางปฏิบัติการเรียนบาลีของสำนักเรียนทั่วไป หากนักเรียนท่องไวยากรณ์ได้ ก็จะเป็นคุณูปการณ์แก่การเรียนแปล และเป็นฐานสำคัญให้เกิดการเรียนที่เข้าใจได้อย่างถ่องแท้และเชี่ยวชาญ ผู้เขียนจึงได้เขียนบทความชื่อว่า สูตรท่องบาลีวิถีโพลวพลือ เพื่อให้เห็นว่าการศึกษาด้วยการท่องจำเป็นแนวทางที่สำคัญของการศึกษาตามแนวคิดทางพระพุทธศาสนา มีรายละเอียดดังนี้

การเรียนภาษาบาลี เป็นการเรียนภาษาที่พระสงฆ์ สามเณร ต้องให้ความสำคัญในการเรียนอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้น จะเกิดภาษิตสาวกที่ไม่ใช่พุทธสาวกรจนาหรือแต่งเป็นบทกวีอันวิจิตรผิดเพี้ยนจากความหมายเดิมที่ตถาคตกล่าวไว้ล้ำลึกเพราะเหตุไม่เข้าใจความหมายอย่างลึกซึ้งก่อนการรจนาหรือแต่งบทกวี เมื่อภาษาบาลีเป็นภาษาที่ใช้บันทึกคำสอนของตถาคต การรักษา สืบทอดอายุพระศาสนา ถ้าพระสงฆ์สามเณรไม่เรียนไม่ท่องจำ ชีวิตของพระสงฆ์ สามเณร ก็จะเหมือนตะโพนที่เหลือแต่โครงลิ่ม ภาษาบาลีจึงสำคัญที่สุดที่พระสงฆ์ สามเณรจะต้องเรียนรู้ เพื่อให้คำกล่าวของตถาคตทุกคำอันได้กล่าวไว้ล้ำลึก มีเนื้อความ ลึกซึ้ง เป็นโลกุตตรธรรม ประกอบด้วยความว่างนั้นคงอยู่เพื่อพุทธสาวกสืบไป

ทั้งนี้ ตถาคตได้วางหลักการเรียนไว้ว่า ควรเรียนที่ต้องประกอบด้วยการท่องจำให้ขึ้นใจ[๑] เมื่อท่องจำขึ้นใจแล้วต้องมีการสอบสวนไต่ถามกันด้วย หลักภาษาบาลีไวยากรณ์เช่นกัน ท่องจำนั้น เป็นอย่างไร เนื้อความเป็นอย่างไร นำไปใช้ได้อย่างไร ต้องมีการไต่ถาม มีการแนะนำ และไม่ดื้อด้าน เหตุนี้เองการเรียนหลักภาษาบาลี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นการเรียนด้วยการท่องจำหลักไวยากรณ์ให้แม่นย่ำ ประกอบด้วยการมีครูบาอาจารย์ผู้รู้ในภาษาอย่างลึกซ้ำแล้วมาแนะนำนักเรียนผู้ไม่ดื้อด้าน[๒] และพร้อมที่จะเรียนรู้

เมื่อท่องจำหลักไวยากรณ์ได้อย่างแม่นยำจะเป็นฐานให้ผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนเข้าใจในเนื้อความอย่างลึกซึ้งที่ตถาคตได้กล่าวไว้ล้ำลึกเป็นโลกุตตรธรรมประกอบด้วยความว่างนั้นเอง

อีกทั้ง เมื่อเข้าใจหลักภาษาบาลีไวยากรณ์ ย่อมทำให้มีความเข้าใจในหลักคำสอน เกิดปัญญา ทั้งด้วยการฟัง ด้วยการคิด และด้วยการนำเอาไปลงมือปฏิบัติ นี่ชื่อว่า สูตรท่องบาลีวิถีโพลวพลือ ที่ไม่ได้เรียนท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่จะได้เรียนและท่องจำหลักไวยากรณ์ภาษาบาลีเพื่อการเจริญกาย เจริญศีล เจริญจิต และเจริญปัญญาด้วย

ผู้ท่องหลักไวยากรณ์ภาษาบาลีสำเร็จ ควรได้ชื่อว่าเป็น “วิศวกรโพลวพลือ” เพราะมีธรรมไม่เลอะเลือน วินัยไม่เลอะเลือน เป็นผู้ป้องกันภัยในอนาคต[๓]ไม่ให้เกิดขึ้นในขณะนี้

จึงกล่าวได้ว่า การเรียนภาษาบาลีจึงต้องจริงจัง เพราะเป็นภาษาสำคัญที่สุดที่พระสงฆ์ สามเณรจะต้องเรียนรู้ ควรเริ่มเรียนที่ต้องประกอบด้วยการท่องจำให้ขึ้นใจ ให้แม่นยำ เมื่อท่องจำขึ้นใจแล้วต้องมีครูบาอาจารย์คอยแนะนำ และมีการสอบสวนไต่ถามกันระหว่างอาจารย์กับศิษย์ด้วยว่า หลักภาษาบาลีไวยากรณ์ที่ท่องจำนั้น เป็นอย่างไร เนื้อความเป็นอย่างไร นำไปใช้ได้อย่างไร ศิษย์ต้องไม่ดื้อด้าน และพร้อมที่จะเรียนรู้

ข่าวเจิตสรูล : พระปลัดอดิศักดิ์ วชิรปญฺโญ, ดร.

อ้างอิง

[๑] สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (ไทย) ๑๖/๒๒๙/๓๑๘.

[๒] พระสุตตัตนตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต (ไทย) ๒๐/๔๘/๙๒.

[๓] พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต (ไทย) ๒๒/๗๙/๑๔๖.

Leave a comment